หงส์หวั่นฟีร์มีโนเจ็บอาจชวดเจอโบโร่

เดอะ ค็อป มีเรื่องให้กังวลใจก่อนลงเล่น พรีเมียร์ลีก นัดปิดซีซั่นกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ หลัง แบร์ โต้ ฟีร์มีโน่ ดาวยิงคนสำคัญยังลงซ้อมกับทีมไม่ได้ เนื่องจากเกิดอาการมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ จนอาจชวดลงดวล เดอะ โบโร่ ก็อาจเป็นไปได้

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ศูนย์หน้าดาวยิง ลิเวอร์พูล ยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ส่อแววชวดช่วยต้นสังกัดลงเล่นในเกมลีกนัดปิดซีซั่น ที่จะเปิด แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของมิดเดิ้ลสโบรช์ วันอาทิตย์ที่21พฤษภาคมนี้หลังไม่ได้ลงซ้อมกับทีมเมื่อวันพฤหัสบ่ดีที่ผ่านมาเนื่องจากบาดเจ็บกล้ามเนื้อ

แข้งทีมชาติบราซิล ไม่ได้ลงสนามในเกมบุกไปถล่ม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 4-0 หลังได้รับบาดเจ็บจากการแข่งนัดเจ๊าเซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่ง คล็อปป์ กล่าวหลังเกมที่ทุบ ขุนค้อน ว่า ฟีร์มีโน่ มีปัญหาเรื่องความฟิตในช่วงหลังจริง

โดยนายใหญ่ชาวเยอรมัน กล่าวว่า โรแบร์โต้ มีปัญหาเล็กน้อยตามส่วนต่างๆของร่างกายตลอดไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังเกมเซาธ์แฮมป์ตัน เขาบอกว่า ใช่ครับ ผมมีปัญหาเจ็บบางอย่าง ซึ่งก็หนักเกินกว่าที่เขาจะซ้อมได้เขายังรู้สึกเจ็บกล้ามเนื้อ ดังนั้นจึงแทบไม่มีโอกาสเลย กองหน้าวัย 25 ปี ยังต้องพักรักษาตัวอยู่ แม้จะมีความหวังบ้างเล็กน้อยว่าจะสามารถลงดวลกับ เดอะ โบโร่ ซึ่ง หงส์แดง ต้องการชัยชนะเพื่อการรันตีการติด 4 อันดับแรกลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวของ ฟีร์มีโน่ก็ยังเป็นผู้เล่นสำคัญของทีมอยู่เพื่อต้องการคว้าชัยเขาจึงต้องหาย

 

อลอนโซ่ เตรียมเกษียณ ตัวเองซัมเมอร์นี้

 

มิดฟิลด์มาดเข้มชาวสเปน ชาบี้ อลอนโซ่ ชาวที่ผ่านจุดประสบความสำเร็จมาแล้วนักต่อนัก ล่าสุดได้สัมภาษณ์ว่าเตรียมที่จะแขวนสตั๊ดตัวเองไว้กับทีมเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้ นักเตะวัย 35 ปีถือว่าผ่านร้อนผ่านหนาวในวงการฟุตมาแล้วเกือบ 20ปีเริ่มที่จะเห็นความโรยราของร่างกายที่จะค่อยๆลดเลื่อนไปตามกาลเวลา การผ่านงานของเขานั้นเผชิญมาแล้วถึง 3 ลีกด้วยกันถึงแม้จะเริ่มต้นด้วยการค้าแข้งอยู่ที่สเปนก่อนโดยเด่นชัดโด่งดังกับทีม เรอัล โซเซียดัดก่อนที่จะย้ายไป เออิบาร์แล้วกลับมายังทีมเดิมอีกครั้ง ก่อนที่จะมาประสบความสำเร็จกับลิเวอร์พูล จนกลางเป็นนักเตะตัวหลักแล้วยังได้แชมป์ยูฟ่าในปี 2005 กับลิเวอร์พูลอีกด้วย

สิ่งที่ประสบวามสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก็น่าจะเป็นถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก 2 สมัยในปี 2004/05 กับลิเวอร์พูลและเรอัล มาดริด 2013/14 แชมป์ เอฟเอ คัพ 2006 กับลิเวอร์พูล ถึงจะไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ หงส์แดง แต่เขาก็เป็นคนที่รักทีมลิเวอร์พูลมากๆคนหนึ่ง ในทางด้านของฟุตบอลทีมชาติก็ถือว่าเป็นคนที่มีแต่ความสำเร็จ ปี 2008ได้แชมป์ยูโรก่อนที่จะเครื่องติดยาวกับทีมชาติสเปน 6ปี ระหว่างนั้นได้แชมป์ฟุตบอลโลกมาครองในปี 2010 แล้วมาป้องกันแชมป์ยูโร 2012อีกครั้งหนึ่งเป็นช่วงที่เขานั้นเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาได้อย่างเต็มที่ ก่อนที่จะมาได้แชมป์ลีกกับ บาเยิร์น มิวนิค ทีมสุดท้ายที่เขาจะใส่เสื้อทีมเล่นฟุตบอล ยุคที่เป๊ป กวาดิโอล่าคุมก็ได้แชมป์บุนเดสลีก้า 2 สมัยในปี 14/15 และ 15/16 ร่วมถึงเคยเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำปี 2003 ให้กับการรับใช้ทีมชาติสเปนอีกด้วย ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดก็ขอให้ได้ถ้วยเพิ่มนะท่านชาบี้

หงส์ทะลวงพลีมัธ เข้ารอบ FA Cup

 

  

    ศึกเอฟเอคัพ รอบน็อกเอาท์พลีมัธ ทีมจากลีก 2 ต้องเปิดสนามHome Parkต้อนรับทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลจากพรีเมียร์ลีก ด้วยระดับทีมที่ต่างกันมากแบบนี้ทำให้ เจอร์เก้นท์คล็อปป์ถึงกับไม่ต้องส่งตัวจริงลงมาเต็มอัตรา เพราะว่าน่าจะเอาตัวสำรองลงมาผสมผสานเพื่อที่จะให้นักเตะสำรองโชว์ฝีมือบ้าง โดยเกมนี้ได้ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ลงมาวอร์มซ้อมๆเป็นตัวจริงก่อนที่จะลุยพรีเมียร์ลีก แถมเควินสจ๊วต เล่นตรงกลางคู่กัน ด้านหน้าตัวรุก แดนเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ดิว็อค โอริกี้ และ เบน วู้ดเบริน์ ส่วนเกมรับให้ ลูคัสเลว่า โจเซ็ป โกเมซอาร์โนลด์และโมเรโน่ ผู้รักษาประตูเป็น คาริอุส มาในระบบ 4-3-3

อย่างที่บอกว่าทีมอาจจะดูต่างระดับต่างกันเลยทำให้ลิเวอร์พูลค่อนข้างที่จะประมาทแล้วไม่ค่อยระมัดระวังจนทำให้เกมของหงส์แดงนั้นไม่สามารถที่จะตั้งตัวได้เลยเกมรุกก็ไม่ได้อันตรายอะไรมากจนเกือบที่จะโดน พลีมัธยิงประตูขึ้นนำไปก่อนด้วยซ้ำ แต่แล้วการเปิดมุมเพียงครั้งแรกของเกมฝ่ายลิเวอร์พูลก็สามารถที่จะสร้างประตูที่สำคัญได้ในเกมนี้ทันทีเพียงแค่นาทีที่ 18ฟิลิเป้ คูตินโญ่ พักไปนานลองวางฝีเท้าโยนเข้ามาที่กลางประตู ลูคัสเลว่า เงียบหายไปนานก็ขอโชว์บ้างพุ่งโฉบมาที่เสาแรกบอลโค้งมาเป็นใจแล้วสะบัดบอลเข้าไปที่กลางประตูบอลพุ่งสวยงามหนีมือของแม็คคอร์มิค เข้าไปชนตาข่าย เปิดประกายประตูชัยให้กับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล แล้วทั้งเกมไม่มีประตูเกิดขึ้น ทั้งๆที่เกมก็ไม่ได้ต่างกันมาก สงผลให้ ลิเวอร์พูล เข้ารอบต่อไปในรายการ Fa Cup

สิ่งที่แดงเดือด2016/17 หายไป

   วันนี้ผมจะมาพูดเรื่องของเกมแดงเดือดที่ สุดยอดทีมคู่แค้นอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องมาเจอกันในลีกฤดูกาลละ 2ครั้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าปีนี้กลายเป็นปีแรกที่ทั้งคู่เสมอกันทั้ง 2เกมเหย้าเยือนเป็นเรื่องที่ต้องจดเป็นสถิติตั้งแต่เปิดพรีเมียร์ลีกมา 30 ฤดูกาล ไม่เคยมีปีไหนที่ ทั้งคู่แข่งขันแล้วเสมอกันทั้ง 2เกมในฤดูกาลเดียวกัน แล้วมันก็เกิดขึ้นแล้วปีนี้ แถมยังไม่ค่อยจะดุเดือดเหมือนตอนเมื่อย้อนไปที่ช่วง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันคุมทีมอยู่ไม่ว่าจะเป็นกุนซือคนไหนที่มาคุมลิเวอร์พูล เกมมันก็จะเดือดเลือกพล่านใบแดงวอน ใบเหลืองปลิวกระจาย

แต่มาในช่วง 2ปีนี้ ถือว่าค่อนข้างที่จะแห้วๆไปหน่อย เกมแรกที่เจอกันในแอนฟิลด์ ก็จบลงด้วยการเสมอ 0-0 ไม่มีสักประตูให้ทีมไหนได้เฮ แล้วเกมที่ 2โอลดแทรฟฟอร์ด ก็จบลงที่เสมอ 1-1 เป็นนี้เริ่มต้นด้วย ทีมเยือนหงส์แดง ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อนจากการยิงจุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ แล้วเกมนั้นไม่สนุกในช่วงครึ่งแรก แต่หารู้ไหมว่าครึ่งหลังก็เป็นเหมือนหนังคนละม้วนเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแผนการใหม่ตั้งเกมรุกบุกเป็นชุดทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง แต่น่าเชื่อว่าไม่มีใบแดงแต่ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ กรรมการเกมนี้ควักใบเหลืองเพียงแค่ 4ใบด้วยซ้ำ แต่แล้วเกมในช่วงท้ายเกมแมนยูบี้หนักจนมาได้ประตูตีเสมอจากการเปิดของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย โยนบอมเข้ามาตรงกลางแล้ว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ขึ้นโขกบอลย้อนทางเข้าเสาสอง ทำให้ประตูนี้ช่วงให้แมนยูตีเสมอได้ก่อนที่จะหมดเวลา 90นาที ด้วยสภาพเกมที่ออกมาอาจจะไม่ร้อนแรงกว่าเดิมไม่เดือดไม่มันส์แต่อย่างน้อยก็ได้ดูเกมที่สนุกอีกเกมหนึ่ง