สิงห์บลู เฉือด ไทเกอร์ นิ่มๆ คอสต้ายิงขึ้นดาวซัลโวร่วมซานเชส

  

   อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือเชลซี ยิ้มออกเมื่อทีมคู่แข่งพากันสะดุดกันเป็นแถบๆในช่วงเกมที่ 22 ของพรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล ที่แพ้ สวอนซี วิตี้ 2-3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ สเปอร์ส 1-1 ทำให้อันดับหัวตารางขยับเป็นอาร์เซน่อลที่ขึ้นมาท้าชิงอันดับที่ 2 เลยทำให้พวกเขาต้องชนะให้ได้ในเกมนี้ อาร์แซน เวงเกอร์ส ไล่บี้มาเหลือ 5 คะแนน แล้วพวกเขาต้องมาแข่งเป็นทีมสุดท้าย กุนซือชาวอิตาลีถึงกับต้องรีบปล่อยของเพื่อที่จะขอรักษาระยะห่างออกไปเป็น 8 คะแนนเหมือนเดิม เชลซีเกมนี้ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์มีนักเตะกลับมาช่วยทีมเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น เปโดร โมเสส อาซาร์ และคอสต้า

ก่อนที่เกมจะเริ่มขึ้น อเล็กซิส ซานเชส ยิงประตูให้กับอาร์เซน่อลเป็นเหตุให้ ดิอาโก้คอนต้า ตามหลังอยู่ 1 ประตู แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะว่าในเกมนี้ คอสต้าทำประตูไล่ขึ้นมาเป็น 15 ประตุเทียบเท่า ซานเชสได้ประตูนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมครึ่งแรก จังหวะที่พยายามเปิดของ โมเสสโดน โรเบิร์ตสัน สกัดไว้แต่จังหวะนี้หาช่องเปิดเลียดตัดกลับเข้ามาบอลผ่านไปหมดจนมาถึง คอสต้าที่ยืนอยู่เฉยบอลก็มาหา ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสา พาเชลซีออกสตาร์ทขึ้นนำไปก่อน 1-0 เกมนี้มีจังหวะเกิดขึ้นให้เป็นข้อครหาเยอะมากกับกรรมการที่ชื่อว่า นีล สวอร์บริค ทางฝั่งฮัลล์ ซิตี้ น่าสงสารจริงๆครับเกมนี้ มาต่อกันที่ช่วงครึ่งหลังเชลซีมาได้ประตูเพิ่มหลังจากที่ช็อตไปนาน จังหวะตั้งเตะของเชส ฟาเบรกาส เปิดเข้ามาตรงกลางประตูบอลโด่งมาที่เสาสอง แกรี่ เคฮิลล์ วิ่งสอดเข้าไปที่บอลโขกเปลี่ยนทางเข้าประตูไปแบบสบายๆ จนทำให้ลูกนี้ปิดความหวังของ เดอะไทเกอร์สและพ่ายแพ้ไป 2-0

สิ่งที่แดงเดือด2016/17 หายไป

   วันนี้ผมจะมาพูดเรื่องของเกมแดงเดือดที่ สุดยอดทีมคู่แค้นอย่าง หงส์แดง ลิเวอร์พูล กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องมาเจอกันในลีกฤดูกาลละ 2ครั้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าปีนี้กลายเป็นปีแรกที่ทั้งคู่เสมอกันทั้ง 2เกมเหย้าเยือนเป็นเรื่องที่ต้องจดเป็นสถิติตั้งแต่เปิดพรีเมียร์ลีกมา 30 ฤดูกาล ไม่เคยมีปีไหนที่ ทั้งคู่แข่งขันแล้วเสมอกันทั้ง 2เกมในฤดูกาลเดียวกัน แล้วมันก็เกิดขึ้นแล้วปีนี้ แถมยังไม่ค่อยจะดุเดือดเหมือนตอนเมื่อย้อนไปที่ช่วง เซอร์ อเล็ก เฟอร์กูสันคุมทีมอยู่ไม่ว่าจะเป็นกุนซือคนไหนที่มาคุมลิเวอร์พูล เกมมันก็จะเดือดเลือกพล่านใบแดงวอน ใบเหลืองปลิวกระจาย

แต่มาในช่วง 2ปีนี้ ถือว่าค่อนข้างที่จะแห้วๆไปหน่อย เกมแรกที่เจอกันในแอนฟิลด์ ก็จบลงด้วยการเสมอ 0-0 ไม่มีสักประตูให้ทีมไหนได้เฮ แล้วเกมที่ 2โอลดแทรฟฟอร์ด ก็จบลงที่เสมอ 1-1 เป็นนี้เริ่มต้นด้วย ทีมเยือนหงส์แดง ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อนจากการยิงจุดโทษของ เจมส์ มิลเนอร์ แล้วเกมนั้นไม่สนุกในช่วงครึ่งแรก แต่หารู้ไหมว่าครึ่งหลังก็เป็นเหมือนหนังคนละม้วนเมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปลี่ยนแผนการใหม่ตั้งเกมรุกบุกเป็นชุดทำให้เกมกลับมาสนุกอีกครั้ง แต่น่าเชื่อว่าไม่มีใบแดงแต่ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ กรรมการเกมนี้ควักใบเหลืองเพียงแค่ 4ใบด้วยซ้ำ แต่แล้วเกมในช่วงท้ายเกมแมนยูบี้หนักจนมาได้ประตูตีเสมอจากการเปิดของ อันโตนิโอ วาเลนเซีย โยนบอมเข้ามาตรงกลางแล้ว ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ขึ้นโขกบอลย้อนทางเข้าเสาสอง ทำให้ประตูนี้ช่วงให้แมนยูตีเสมอได้ก่อนที่จะหมดเวลา 90นาที ด้วยสภาพเกมที่ออกมาอาจจะไม่ร้อนแรงกว่าเดิมไม่เดือดไม่มันส์แต่อย่างน้อยก็ได้ดูเกมที่สนุกอีกเกมหนึ่ง